|

หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับสุขภาพหรือการบริการ
เรามีทีมงานซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ในแต่ละสาขาที่จะคอยให้คำตอบกับท่าน
ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การรับประทานอาหารเสริม
ตลอดจนการรักษาโรคมะเร็งที่ถูกต้อง โดยทุกคำถามที่ถามเรามา
เรามีคำตอบและได้รวบรวมคำถาม-ตอบไว้เป็นหมวดหมู่ให้สามารถเข้ามาอ่านได้ทุกเมื่อ
คำถาม - คำตอบ
คำตอบ:
1. เพื่อให้ระบบการทำงานของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ในการดำรงชีวิตวันหนึ่งๆ ถึงแม้ว่าเราจะมั่นใจว่าเราสามารถรับประทานอาหารได้ครบถ้วน
5 หมู่ก็ตาม คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่และวิตามิน
แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่านั่นเป็นอาหารขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตเท่านั้น
เหมือนกับรถยนต์ก็คือมีเพียงน้ำมัน และรถยนต์ ที่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนได้
แต่หากต้องการให้รถยนต์มีประสิทธิภาพดีขึ้น เช่น ประหยัดน้ำมันได้ดี
เครื่องยนต์ยังคงเร่งได้แรงเหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่ๆ แม้จะใช้มาหลายปีแล้วก็ตาม
เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานที่นานมากขึ้น และอื่นๆ เราคงไม่เพียงแค่เติมน้ำมัน
เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ แต่เราต้องเปลี่ยนอุปกรณ์บางชิ้น
ใช้น้ำมันเครื่องที่เกรดคุณภาพสูงขึ้น เพิ่มอุปกรณ์บางอย่างเข้าไป นั่นแหละครับ
ก็เหมือนร่างกายคนเรา
เราจึงต้องใช้สารอาหารบางอย่างเพื่อให้ร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น เช่น
บำรุงสมองให้คิดได้ดีและรวดเร็ว หรือให้ร่างกายทนต่อสภาวะเครียดได้ดี
ร่างกายแข็งแรง หรือลดความเสี่ยงของโรคบางโรคได้
2.
สารอาหารบางอย่างเราไม่สามารถหามารับประทานได้ง่ายและมากอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ
อย่างที่เราทราบกันดี ใน1 วันอาหาร 3 มื้อที่เรารับประทานกัน
หรือบางคนอาจจะเหลือเพียง 2
มื้อเพราะไม่สามารถมีเวลาพอที่จะรับประทานอาหารมื้อเช้าได้
อีกทั้งเราต้องไม่ลืมว่าอาหารที่เรารับประทานก็มักจะซ้ำๆ เปลี่ยนไปมาก็คล้ายเดิม
อีกทั้งบางท่านอดอาหารเพื่อรักษารูปร่างไม่ให้อ้วนเกินไป
ทำให้เราได้อาหารบางอย่างไม่ครบถ้วนหรือไม่เพียงพอ
สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดสภาวะขาดอาหารได้
3. การรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทุกอย่างเป็นไปได้ยาก
จากที่เราถูกสอนมาว่าอาหารมี 5 หมู่เท่านั้น ถ้าเรารับประทานครบ 5
หมู่ก็คือครบถ้วนแล้ว แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจาก
เราต้องไม่ลืมว่าสารอาหารที่เราควรจะได้รับนั้น ควรที่จะมาจาก กลุ่มแป้งและน้ำตาล
กลุ่มโปรตีนและเนื้อสัตว์ กลุ่มไขมัน แต่กลุ่มวิตามินและกลุ่มเกลือแร่นั้น
ยังมีตัวย่อยๆ แต่ละตัวที่ล้วนสำคัญทั้งสิ้น
และน้อยคนนักที่จะสามารถรับประทานวิตามินได้อย่างครบถ้วนทุกตัว
รวมทั้งเกลือแร่ด้วยเช่นกัน
4. หากพยายามรับประทานจนครบก็จะได้พลังงานส่วนเกิน
มีบางท่านแย้งว่าสามารถรับประทานอาหารจนได้สารอาหารครบถ้วน
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เป็นไปอยู่แล้วเพียงแต่ว่าหากเราพยายามรับประทานจนครบ
ร่างกายเราอาจจะได้บางสิ่งบางอย่างมากเกินความจำเป็นนั่นก็คือ พลังงาน
และในที่สุดก็จะเปลี่ยนไปเป็นไขมันในที่สุด
5. โรคบางชนิดสามารถรักษาหรือบรรเทาได้ด้วยอาหาร
อย่างที่เราทราบดีว่าโรคหรือสาเหตุของโรคบางชนิดสามารถรักษา
หรือป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารบางชนิด
อาหารบางชนิดสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ หรือที่เขาพูดกันว่า อาหารเป็นยา
เช่นโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด เบาหวาน ฯลฯ
ล้วนสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการรับประทานสารอาหารบางชนิด
คำตอบ:
วิตามิน คือ
สารอาหารที่เป็นส่วนประกอบในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย
และเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกายคนเรา หากว่ามีวิตามินชนิดหนึ่งชนิดใดขาดไป
จะทำให้ร่างกายทำงานได้ไม่ปกติ หน้าที่ของวิตามิน
ก็คือเป็นส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่ต่างๆ ในร่างกาย
วิตามินแต่ละชนิดก็จะมีหน้าที่เฉพาะอย่าง หรือบางตัวอาจทำหน้าที่ร่วมกันบางอย่าง
เช่น ทำให้ร่างกายเติบโต ทำให้ร่างกายสามารถมีลูกได้
ร่างกายจะไม่สามารถนำสารอาหารอื่นๆมาใช้ได้ถ้าไม่มีวิตามินอยู่ด้วย เป็นต้น วิตามิน
สามารถแบ่งออกเป็น 2
กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. วิตามินที่ละลายในไขมัน
มีอยู่ 4
ชนิด ได้แก่ วิตามิน
A,
วิตามิน D,
วิตามิน E
และ
วิตามิน K
ซึ่งทั้ง 4 ชนิดจะไม่ละลายน้ำ
2. วิตามินที่ละลายในน้ำ
มีอยู่ 9
ชนิด ได้แก่ วิตามิน
C,
วิตามิน B1,
วิตามิน B2,
niacin,
วิตามิน B6,
วิตามิน B12,
folic acid,
pantothenic acid
และ biotin
วิตามินแต่ละตัวก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป
สามารถดูรายละเอียดได้ในส่วนของบทความ
คำตอบ:
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นสามารถรับประทานได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา
เพียงแต่ว่ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางตัวเท่านั้นที่มีข้อห้ามในบางกลุ่มอายุ
หรือในผู้ป่วยบางกลุ่มซึ่งหากไม่แน่ใจว่าท่านจะสามารถรับประทานได้หรือไม่ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบ:
คงจะตอบได้ค่อนข้างลำบากเนื่องจากการที่จะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น
ในแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปขึ้นกับหลายๆ ปัจจัย ดังนี้
1. อายุ
ในแต่ละช่วงอายุก็จะมีความจำเป็นหรือความต้องการสารอาหารแตกต่างกันไป
2. เพศ
เพศหญิงและเพศชายก็มีความต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แตกต่างกัน
3. โรคประจำตัว
โรคบางชนิดก็ไม่สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดได้
และโรคบางโรคอาจต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางอย่างมากกว่าปกติ
4. ประวัติด้านสุขภาพ
เช่นมีแนวโน้มที่อาจจะเป็นโรคบางชนิดได้หรือร่างกายมีปัญหาบางอย่าง
ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดสามารถใช้เพื่อช่วยป้องกันโรคบางโรคได้
5. ความต้องการหรือวัตถุประสงค์
คนบางคนมีความต้องการหรือจุดประสงค์ในการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แตกต่างกันไป
เช่น บางคนต้องการลดน้ำหนัก บางคนต้องการให้ผิวพรรณสดใส เป็นต้น
6. สภาวะด้านเศรษฐศาสตร์
การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยข้อนี้ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามการเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ไม่ได้ยากเย็นอย่างที่คิด
เรามีบริการให้คำปรึกษา เพียงแต่ท่านให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวท่านแก่เรา
และเราจะให้คำแนะนำกลับไป โดยอีเมล์หรือโทรศัพท์
คำตอบ:
เราสามารถรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
เพียงแต่ว่าผลของการรับประทานอาจจะแตกต่างกันไป เช่น
บางคนอาจรับประทานเมื่อรู้สึกว่าร่างกายขาด
หรือบางคนอาจจะรับประทานเป็นประจำสม่ำเสมอ
หรือบางคนอาจจะรับประทานเฉพาะเวลารู้สึกอ่อนเพลีย เป็นต้น
คนที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นประจำย่อมได้รับประสิทธิผลมากกว่าคนที่รับประทานไม่ต่อเนื่อง
คำตอบ:
การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดอาจจะมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้
ขึ้นอยู่กับผู้รับประทาน และชนิดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
แต่อาการโดยส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรุนแรงเนื่องจากมันเป็นเสมือนอาหารอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดอาการผิดปกติหลังจากรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำ
คำตอบ:
สำหรับสารอาหารสำคัญชนิดเดียวกัน อาจจะมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายๆ
ยี่ห้อ เช่น วิตามินซี ก็อาจจะมีจำหน่ายในหลายๆ ยี่ห้อ
คงเป็นการยากมากทีเดียวที่จะบอกได้ว่ายี่ห้อไหนให้ประสิทธิผลที่ดีกว่ากัน
ซึ่งประสิทธิภาพของสารอาหารจะขึ้นกับ
1. คุณภาพของวัตถุดิบในการผลิต
2. การเก็บรักษาและขบวนการผลิต
3. มาตรฐานการผลิต
สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัวบอกถึงประสิทธิภาพของสินค้า
แต่มันก็บอกได้ลำบากอีกเนื่องจากเราคงไม่ได้มีโอกาสไปดูปัจจัยข้างต้นได้
คงต้องขึ้นกับความไว้ใจและเชื่อมั่นในสินค้าของแต่ละคน สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือ
สินค้าที่ราคาแพงกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณภาพที่ดีกว่าเช่นกันครับ
คำตอบ:
หากท่านมีข้อสงสัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้า สารอาหาร การบริการ
ท่านสามารถส่งอีเมล์มาสอบถามได้
โดยเข้าไปหน้าสอบถามผู้เชี่ยวชาญแล้วพิมพ์ปัญหาหรือข้อสงสัยที่ท่านต้องการทราบ
เราจะมีทีมงานที่จะคอยค้นหาคำตอบให้กับท่าน
คำตอบ:
ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิก
HealthDD
จะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อสินค้าราคาพิเศษ
อีกทั้งยังได้รับคะแนนสะสม
HealthDD Membership Reward
ซึ่งสามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลได้มากมาย อย่างไรก็ตาม
เราจะยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากตามมา และจะแจ้งให้ทราบต่อไป
คำตอบ:
สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต เช่น วัย 15 ปี
นี้เป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ซึ่งจะทำให้ร่างกายจำเป็นที่จะต้องใช้สารอาหารอย่างมากมาย
อย่างไรก็ตามหากไม่จำเป็นจริงๆ คงไม่แนะนำให้รับประทานอาหารกลุ่มนี้
เพราะอาจจะไปมีผลต่อกระบวนการเจริญเติบโตได้ ในรายที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานมาก
ก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
อย่างไรก็ตามก็มีวิธีง่ายๆ ที่เป็นผลดีทั้งในด้านน้ำหนักตัว และการเจริญเติบโต คือ
แนะนำให้ออกกำลังกายร่วมด้วยกับการควบคุมอาหารพวกที่ให้พลังงานสูง เช่น
ลดปริมาณอาหารพวกไขมันสูง เช่น อาหารทอด หรืออาหารที่มีไขมันสัตว์ประมาณสูง เช่น
ขาหมู ไก่ทอด และหันไปเพิ่ม พวกผักผลไม้มากขึ้น
และยิ่งร่วมกับการออกกำลังกายด้วยแล้ว ไม่เพียงแต่จะทำให้รูปร่างดูดีขึ้น
ยังทำให้ร่างกายเจริญเติบโตเร็วขึ้น แข็งแรง สมส่วน
อย่างไรก็ตามคงต้องหากีฬาที่เด็กๆ ชอบด้วยเพื่อที่จะไม่ทำให้น่าเบื่อ
อีกทั้งชวนเพื่อนไปด้วยกันก็จะยิ่งเพิ่มความสนุกสนานมากขึ้นด้วย
คำตอบ:
อย่างที่เราทราบกันอยู่แล้วว่านมเป็นแหล่งรวมของสารอาหารมากมาย
รวมทั้งแร่ธาตุแคลเซียม อีกทั้งหาได้ง่าย หากไม่ต้องการดื่มนม
เรายังมีวิธีที่จะได้รับแคลเซียมได้จากหลายๆ แหล่ง คือ
1. สัตว์
เช่น ปลาตัวเล็กๆ ที่สามารถรับประทานได้ทั้งกระดูก กุ้งแห้ง กระปิ
อาหารพวกนี้ล้วนมีแคลเซียมสูง
2. พืช
เช่น มะขามฝักสด ยอดแค คะน้า เต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง
อาหารพวกนี้ล้วนมีแคลเซียมสูงเช่นกัน
3. สารสกัดแคลเซียมอัดเม็ด
หากเราไม่สามารถหารับประทานหรือรับประทานได้น้อยก็แนะนำให้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีแคลเซียมเป็นองค์ประกอบ
ซึ่งมีมากมายหลายชนิด เพราะหากเราได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย
ลองอ่านในส่วนของบทความดูสิครับ ว่าแคลเซียมสำคัญอย่างไร
คำตอบ:
ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำให้รับประทานคือ
1. Fish oil
ครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
2. Evening
primrose
ครั้งละ 1,000
มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
3. วิตามินอี
ครั้งละ 500 ยูนิต วันละ 1 ครั้ง
ทั้ง Fish oil
Evening
primrose
และ วิตามิน อี
จะช่วยในด้านการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น ลดการอุดตันของเส้นเลือด
อย่างไรก็ตาม จะไม่เหมาะกับผู้ที่รับประทานยาต้านหลอดเลือดอุดตัน เช่น ยากลุ่ม
Wafarin
หรือ Aspirin
เพราะอาจจะทำให้เสริมฤทธิ์ยามากเกินไป
4. Magnesium
ขนาด 300 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
Magnesium
จะช่วยในลดการทำงานของหัวใจลงทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนัก
5. วิตามินบีคอมเพล็กซ์
รับประทานวันละ 1 เม็ด
6. วิตามินซี
ครั้งละ 1,000
มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังอาหารเช้า-เย็น
คงต้องตอบกว้างๆ
เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโรคหัวใจที่เป็นอยู่
และยาที่รับประทานว่ามีอะไรบ้าง
|